ตะแกรงเหล็กฉีก vs ตะแกรงไวร์เมช เลือกแบบไหนดี?

        เมื่อต้องเลือกใช้ตะแกรงเหล็กฉีกหรือตะแกรงไวร์เมชในงานก่อสร้างหรืองานตกแต่ง หลายคนอาจสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับการใช้งานของตนเอง บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของทั้งสองประเภท เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

ตะแกรงเหล็กฉีก คืออะไร?

        ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) เป็นแผ่นเหล็กที่ถูกนำมาฉีกให้เป็นช่องตาข่ายข้าวหลามตัด โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกัน จึงมีความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง เช่น พื้นที่ทางเดิน รั้วกันตก งานตกแต่ง และงานอุตสาหกรรมหนัก

ตะแกรงเหล็กฉีก รุ่น XG

วิธีการผลิตตะแกรงเหล็กฉีก

        ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) ผลิตโดยใช้กระบวนการเฉพาะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับแผ่นเหล็กโดยไม่ต้องเชื่อมหรือประกอบขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระบวนการผลิตหลักมีดังนี้

  1. การคัดเลือกวัตถุดิบ เริ่มต้นจากการเลือกเหล็กแผ่นคุณภาพสูง เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ, สแตนเลส หรืออะลูมิเนียม ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
  2. กระบวนการตัดและยืด (Slitting and Stretching) แผ่นเหล็กจะถูกป้อนเข้าสู่เครื่องจักรที่มีใบมีดพิเศษ ซึ่งใบมีดจะทำการกรีดและดึงแผ่นเหล็กให้ขยายออกเป็นรูปตาข่าย โดยไม่มีเศษเหล็กเหลือทิ้ง
  3. การขึ้นรูปช่องตะแกรง การฉีกเหล็กออกจะสร้างลวดลายที่มีความแข็งแรง เช่น ลายมาตรฐาน (Standard Expanded Metal) หรือลายเรียบ (Flattened Expanded Metal) ซึ่งขนาดของรูตะแกรงจะขึ้นอยู่กับระยะห่างของใบมีดและแรงที่ใช้ในการยืด
  4. การปรับแต่งและเคลือบผิว เมื่อตะแกรงถูกฉีกจนได้รูปแบบตามต้องการ จะมีการตัดขอบหรือพับขอบให้เรียบร้อย อาจมีการเคลือบผิว เช่น ชุบกัลวาไนซ์หรือพ่นสี เพื่อป้องกันสนิมและเพิ่มอายุการใช้งาน

ตะแกรงไวร์เมช คืออะไร?

        ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) ผลิตจากเหล็กเส้นที่นำมาเชื่อมต่อกันเป็นตาราง ใช้สำหรับงานปูน งานเทคอนกรีต หรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร เพราะมีความสามารถในการกระจายแรงได้ดี

ลวดตาข่ายไวร์เมช สำหรับปูพื้น

วิธีการผลิตตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh Production Process)

  1. การคัดเลือกวัตถุดิบ
    • ใช้เหล็กลวดคุณภาพสูง เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Steel) หรือ เหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel)
    • เส้นลวดต้องมีความแข็งแรงและได้มาตรฐานอุตสาหกรรม
  2. กระบวนการดึงและรีดลวด (Wire Drawing & Straightening)
    • เหล็กลวดจะถูกดึงผ่านแม่พิมพ์ (Die) เพื่อลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามต้องการ
    • หลังจากนั้นจะถูกรีดให้ตรงเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการเชื่อม
  3. การตัดลวดตามขนาด (Cutting the Wire)
    • เส้นลวดที่ถูกดึงและรีดตรงแล้ว จะถูกตัดให้ได้ความยาวตามแบบที่ต้องการ
    • ใช้เครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงเพื่อให้ได้ขนาดที่เท่ากัน
  4. การเชื่อมตะแกรง (Welding the Wire Mesh)
    • นำลวดที่ตัดแล้วมาจัดเรียงเป็นตารางตามระยะห่างที่กำหนด
    • ใช้กระบวนการเชื่อมไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Electric Resistance Welding – ERW)
      • กระแสไฟฟ้าจะถูกปล่อยผ่านจุดตัดของเส้นลวด
      • ความร้อนจะหลอมเหล็กให้ติดกันโดยไม่ต้องใช้ลวดเชื่อมหรือโลหะเติม
    • ทำให้ตะแกรงมีความแข็งแรงและแน่นหนา
  5. การเคลือบผิวป้องกันสนิม (Coating & Finishing)
    ตะแกรงไวร์เมชสามารถเคลือบพื้นผิวเพื่อป้องกันการกัดกร่อน เช่น
    • ชุบกัลวาไนซ์ (Galvanized) ป้องกันสนิมได้ดี เหมาะกับงานภายนอก
    • พ่นสีหรือเคลือบพีวีซี (PVC Coating) เพิ่มความทนทานและความสวยงาม
    • เคลือบอีพ็อกซี่ (Epoxy Coating) ป้องกันการเกิดสนิมและเพิ่มอายุการใช้งาน
วิธีผลิตตะแกรงไวร์เมช

เปรียบเทียบตะแกรงเหล็กฉีก vs ตะแกรงไวร์เมช

  • หากคุณต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ทนต่อการสึกหรอและรองรับน้ำหนักมาก ตะแกรงเหล็กฉีก เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
  • หากต้องการใช้ในงานคอนกรีตหรือโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ตะแกรงไวร์เมช เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า

ราคาตะแกรงเหล็กฉีกและราคาตะแกรงไวร์เมช

        ราคาตะแกรงเหล็กฉีกจะขึ้นอยู่กับขนาด,ลวดลาย เช่น ตะแกรงเหล็กฉีก XS-32, XS-42, XS-52 และวัสดุ เช่น ตะแกรงเหล็กฉีกชุบกัลวาไนซ์หรือตะแกรงเหล็กฉีกสแตนเลส
        สำหรับตะแกรงไวร์เมช ราคาจะถูกกว่าตะแกรงเหล็กฉีกและขึ้นอยู่กับขนาดเส้นลวดและขนาดตาราง

ข้อมูลการติดต่อ หจก. ภัทร สตีลเซ็นเตอร์

  • ที่อยู่ : 60/427-8 ซอยสุนทร 7 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150
  • เบอร์โทรศัพท์ : 062-969-7982
  • เว็บไซต์ : www.pkhardwareshop.com

สั่งซื้อสินค้า

Share the Post: